/ by /   Success Stories / 0 comments

Success Story: กล้าเปลี่ยนชีวิตก็เปลี่ยน

“ผมเป็นคนชอบศิลปะและดนตรีมาก ทำให้ผมเลือกเรียนสาขาดนตรีศึกษา เมื่อเรียนจบ ก็เข้ามาหางานทำที่กรุงเทพ มีโอกาสได้ทำงานเบื้องหลังวงการบันเทิงเป็นเวลาเกือบ 20 ปีเลยนะ (ยิ้ม)

กับการใช้ชีวิตอยู่กับงานด้านนี้ ยอมรับนะ แทบทุกวัน คิดถึงเมียและลูกมาก แต่ก็ต้องบอกตัวเองให้ ‘สู้และอดทน’ จนเราเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ไหวแล้ว เหนื่อยมาก อยากกลับบ้านไปพักผ่อนสักที วันหนึ่งเลยตัดสินใจบอกกับตัวเอง  ‘ถึงเวลากลับบ้านได้แล้ว’  หลังจากนั้นก็รีบเคลียร์งานให้เสร็จ รู้สึกใจผ่อนคลายขึ้นมาทันทีกับการตัดสินใจครั้งนี้”

 “เมื่อได้กลับมาอยู่บ้านก็มีความสุขนะ แต่ผมก็ต้องรีบหางาน ลูกชายของผมนี่แหละ คือแรงบันดาลใจที่ให้มาทำเกษตร เผอิญวันหนึ่ง ลูกชายอยากจะกินเมล่อนขึ้นมา แต่ลูกช่างไม่รู้อะไรเลยว่า ‘เมล่อน แพงมาก’ (หัวเราะ)

เอาละสิ! ในเมื่อลูกอยากกิน ไอ่ผมก็เป็นคนรักลูกมาก เลยไปศึกษาการปลูกเมล่อนผ่านทางคนที่รู้จักบ้าง จากสื่อต่างๆ บ้าง เช่น เฟสบุ๊ค ยูทูป”

 “อย่างที่บอกแต่เริ่มต้น ผมมีความสุขนะ ที่ผมได้ทำงานสร้างสรรค์ด้วยฝีมือของเราเอง ผมเคยช่วยผู้กำกับเขียนบท ออกแบบฉากเวที  ได้คุยกับพี่ๆ น้องๆ ทีมงาน นักแสดง ทำให้ผมตัดสินใจหยุดโครงการปลูกเมล่อนไว้ก่อน ขอไปทำงานด้านนี้อีกสักครั้งที่พม่า แต่เชื่อไหมครับ การไปทำงานรอบนี้ มันเป็นเหมือนการอำลางานวงการบันเทิงของผม และทำให้ผมก้าวเข้าสู่การทำเกษตรอย่างเต็มตัว เพราะผมเกิดเป็นโรค ‘หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท’

ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าโรคนี้จะเกิดขึ้นกับผม พอทำการผ่าตัดเปลี่ยนกระดูก 1 ข้อ อีก 2 ข้อก็เสื่อมและเกิดการเคลื่อนที่ หมอสั่งให้ผมพักฟื้นร่างกายเป็นเวลา 2 ปี เสียใจมาก ก็พูดกับตัวเองว่า ‘จะทำอะไรต่อไปดี’ แต่พอมองหน้าลูก ผมก็ตัดสินใจได้ทันทีว่า ถึงเวลาปลูกเมล่อนจริงๆ สักทีละ”

 “โชคยังดี ที่ผมพอมีเงินเก็บสะสมไว้บ้าง เลยนำเงินก้อนแรก จำนวน 400,000 บาท มาถมที่ ขุดบ่อ วางระบบน้ำ สร้างโรงเรือน ก็เริ่มต้นจากค่อยๆ ปลูกเมล่อนขึ้นมาก่อน 1 โรงเรือน และต่อมาก็ได้สร้างโรงเรือนปลูก บัดเตอร์นัท แตงโม และแตงกวา  ปัจจุบันผมมีทั้งหมด 5 โรงเรือน ไม่เพียงเท่านั้นนะครับ ผมยังปลูกพวกไม้ผลและผักสวนครัวไว้กินและขาย เช่น ฝรั่งกิมจู ฝรั่งไร้เมล็ด ฝรั่งทับทิมสยาม แตงโม แตงกวา กะหล่ำปลี 

ผมรู้สึกดีใจมาก ที่เริ่มปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองได้ หลังจากเสียใจไม่ได้ทำงานที่เรียนมาได้อีก แต่กลับมาใช้ชีวิตเป็นเกษตรกรอย่างมีความสุขกับครอบครัว แต่โชคชะตาก็ยังตามมาเล่นตลกกับผม (ยิ้ม) ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่า จะมาแพ้ยาฆ่าแมลง สารเคมีที่ผมใช้กับพืชผลที่ปลูก โดยที่ผมแพ้อย่างรุนแรงมากๆ ด้วยครับ”

“แต่ก็ไม่เป็นไร เมื่อปลายเหตุก่อให้เกิดอาการแพ้ ก็ต้องมีต้นเหตุให้รักษา ผมเลยหยุดทำเกษตรชั่วคราว กลับมาหาวิธีเรียนรู้การทำเกษตรแบบใหม่ที่ไม่ต้องใช้สารเคมี แล้วก็ได้ค้นพบ ‘เกษตรทฤษฎีใหม่’ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางในการทำเกษตรในฟาร์มของผมครับ

‘ศาสตร์พระราชา’ เปรียบเสมือนแสงสว่างส่องทางให้ชีวิตผมและครอบครัว

ทุกวันนี้ ผมปลูกพืชผักโดยเน้นดูแลดินเป็นหลัก ใช้แต่อินทรีย์วัตถุ มูลสัตว์ทุกชนิดอย่างเดียว ทั้งมูลจากไก่ หมู และฟางข้าว พ่นยากันแมลงด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์ และทำระบบสายน้ำหยดไว้รดพืชผักอีกด้วยครับ”

 “ใครๆ ก็มีความฝันด้วยกันใช่ไหมครับ ตัวผมก็มีเช่นกัน อาจเป็นเพียงความฝันที่มีเป้าหมายเล็กๆ นะครับ คือ ผมตั้งใจที่จะเปิดร้านขายกาแฟข้างหน้าฟาร์ม และข้างหลังฟาร์มสร้างเป็นบ่อตกปลาและจำหน่ายผลผลิตในฟาร์มให้แก่ลูกค้าที่แวะมาเยี่ยมชมหรือมาท่องเที่ยวครับ ”

 “ปัจจุบันผมมีความสุขกับการทำเกษตร มีเวลาดูแลลูกอย่างเต็มที่ ได้ดูแลครอบครัวที่ผมรัก

ถึงแม้ผมอาจจะยังไม่มีเงินมากพอในการใช้จ่ายแต่ละวัน เพราะเอาเงินไปลงทุนซื้อปุ๋ยอินทรีย์เสียส่วนใหญ่ นี่ก็รอวันที่ผมจะนำผลผลิตไปขายเปลี่ยนเป็นเงินครับ (หัวเราะ)  แต่ตอนนี้อย่างน้อยผมก็มีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น ไม่แพ้สารเคมียาฆ่าแมลงเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว และมีความสุขกับเพื่อนๆ กลุ่ม Young Smart Farmer ในการทำงานรับใช้สังคมไปด้วยครับ (ยิ้ม)”

ติดต่อเคียงทางฟาร์ม

178 หมู่ 13 บ้านโนนสวรรค์ ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี
โทร. 089 – 7797996 / 094 – 2691546