ผักปลอดสารพิษ
/ by /   Success Stories / 0 comments

Success Story: คะน้าปลอดสารพิษ ไร่สกุลเจียง

คุณตรีรัตน์ สุขาภิรมย์ หรือที่พนักงานในฟาร์ม เรียกสั้นๆว่า เฮียจิมมี่ จบการศึกษาคณะวิศวกร ด้านเครื่องกล มหาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ปัจจุบันอายุ 40 ปี ภรรยาชื่อ คุณลินดา สุขาภิรมย์ อายุ 40 ปี มีบุตรด้วยกันจำนวน 2 คน

เฮียจิมมี่ดูแลในด้านการผลิต และภรรยาช่วยดูในเรื่องแปรรูปการผลิตพืชผัก เคยไปศึกษาดูงานที่ ศูนย์กสิกรรมหมาบเอี่ยม จังหวัดชลบุรี กสิกรรมศูนย์วังน้ำเขียว สวนเกษตรไร้สารพิษอาจารย์ปิยทัศน์ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 4 อุดรธานี เคยไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นแล้วไปซื้อสตรอว์เบอร์รี่กับคนขาย รู้สึกประทับใจในผลผลิตที่มีคุณภาพ และคนขายสินค้ากล้าจะโชว์สินค้าให้กับผู้ซื้อได้เห็นว่าสินค้ามีคุณภาพดีจริง

คุณพ่อคุณแม่ของเฮียจิมมี่ มีอาชีพทำเกษตรกร จุดเริ่มต้นที่หันมาเริ่มทำการเกษตร เริ่มจาก ในปี พ.ศ. 2545 เคยทำงานด้านวิศวกรมาประมาณ 1 ปี แล้วเกิดรู้สึกต้องการกลับไปทำงานที่บ้านของตนเอง เพราะที่บ้านมีพื้นที่ในการทำไร่ ทำสวนในพื้นที่ อำเภอศรีธาตุ จังหวัด อุดรธานี จำนวน 200 ไร่ และพื้นที่อำเภอ กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี จำนวน 5 ไร่ จังหวัดอุดรธานี

ปี พ.ศ 2546 เริ่มลงมือทดลองทำการเกษตร โดยเริ่มจากทดลองปลูกมันสำปะหลังเป็นสิ่งแรก ในจำนวนพื้นที่ 40 ไร่ก่อนที่อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี ใช้สารเคมี ใช้ยาปราบศัตรูพืช แต่เกิดการขาดทุน ไม่ได้ผลผลิตเท่าที่ใจตนเองต้องการ

ปัจจุบันมีรายได้จากการปลูกมันสำปะหลังและพืชอย่างอื่น เช่น ยูคาลิปตัส ในพื้นที่ 100 ไร่ ได้ผลผลิตต่อไร่ ประมาณ 1,000 ตัน/4 ปี ยางพารา ในพื้นที่ 30 ไร่ (เว้นการได้ผลผลิต) ปลูกถั่วดาวอินคา ประมาณ 50 ไร่ มีพื้นที่ในการทำนา ขุดลอกสระน้ำ 3 บ่อ ในพื้นที่ จำนวน 50 ไร่ และปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่จำนวน 200 ไร่ ผลผลิตต่อไร่ ได้ประมาณ 7 ตัน มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 800,000 บาท/ปี เฉลี่ย 1 ไร่ มีรายได้จากการปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งปลูกมากที่สุดในจำนวนพื้นที่ไร่ ประมาณ 4,000 / ไร่/ปี ประกอบด้วย ค่าแรงงาน 300,000 /ปี ค่าปุ๋ยทุกชนิด (ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมี) 200,000 บาท/ปี ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรถไถ 300,000 ค่าซ่อมและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 200,000 บาท/ปี สรุปแล้ว มีรายได้รวมประมาณ 1,800,000 บาท/ปี รายจ่ายรวม 1,000,000 บาท/ปี

จากการทำงาน มีอุปสรรคปัญหา ในเรื่องราคาและผลผลิตไฟฟ้าและแหล่งน้ำ เวลาขายผลผลิตนำไปขายที่โรงงานกุมภวาปีที่จุดรับซื้อสินค้าแต่ละชนิด มีปัญหาในด้านการรับซื้อ คือ ราคาไม่นิ่งและราคาผันผวน ราคาต่ำในบางเวลา

ส่วนพื้นที่ทำการเกษตรที่ ตำบลเวียงคำ อำเภอกุมภวาปี เริ่มแรกในการมาลงพื้นที่ทำการเกษตรตรงนี้ คิดจะทำการปลูกผักระบบออร์แกนิค แต่ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในตรงนี้ มีแหล่งน้ำเพียงพอ การปลูกผักออร์แกนิค ต้องใช้น้ำมาก เมื่อประเมินแล้วคิดว่าไม่สามารถทำได้ และในใจต้องการจะทำผักปลอดสารพิษ ได้คิดว่าผักไฮโดรโปรนิกส์ กระบวนการจัดการเร็วกว่าและสามารถทำการผลิตได้ไวกว่า และเป็นแหล่งทดลองในการเรียนรู้เพื่อต่อยอด

ปลายปี พ.ศ. 2561 เริ่มลงมือทำการเกษตรกร ตอนปลายปี พ.ศ. 2561 ได้ลงทุนเริ่มแรก ใช้งบประมาณ 600,000 บาท ในการซื้อวัสดุอุปกรณ์ ทำระบบน้ำดื่ม ซื้อท่อประปา สายน้ำหยด พลาสติกคุ้มดิน มาทำโรงเรือนไฮโดรโปรดิกส์ ขนาดโรงเรือน 2 เมตร X 6 เมตร จำนวน 27 โรงเรือน ในพืชที่ 2 งาน มีพืชที่ปลูกในโรงเรือน ได้แก่ คะน้าเห็ดหอม มีจำนวน 20 โรงเรือน ผักสลัดมีจำนวน 7 โรงเรือน มีปลูกแบบลงดิน จำนวน 3 ไร่กว่า มีอาคารกำลังก่อสร้างเพื่อจะบรรจุผักและตกแต่ง ในพื้นที่ 200 ตารางเมตร มีบ่อบาดาล 1 บ่อ มีแหล่งน้ำประปา 1 จุด มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเมื่อทำการผลิต 30,000 บาท /เดือน ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำปลูกแบบไฮโดรโปรนิกส์ ประกอบด้วย ค่าแรงงาน 30,000 บาท/เดือน ค่าเมล็ดพันธ์ 3,000 บาท/เดือน ค่าน้ำค่าไฟ เดือนละ 6,000 บาท/เดือน ค่าปุ๋ย 2,000 บาท แต่ถ้าเป็นการปลูกพืชแบบลงดิน เพิ่ม ค่าปุ๋ยอีก 4,000 บาท สรุปรายจ่ายประมาณ 45,000 บาท/เดือน มีรายได้ประมาณ 80,000 บาท /เดือน

ผักปลอดสารพิษ

ในส่วนเรื่องการตลาดไปขายพืชผลคะน้าและผักสลัด จะไปจำหน่ายที่ตลาดสุขภาพ ฟาร์มสเตชั่นอุดรธานี ขายส่ง ในราคาตามฤดูกาลโดยการเอาไปส่งลูกค้า ราคาขาย คะน้าเห็ดหอม 40 – 50 บาท/กิโลกรัม ผักสลัด 70 – 100 บาท/กิโลกรัม และไปขายที่ตลาดสุขภาพ โรงพยาบาลกุมภวาปี ขายปลีก กิโลกรัมละ 70 บาท ผักสลัดกิโลกรัมละ 100 บาท และขายที่ตลาดร่มเขียวจังหวัดอุดร โดยมีการขายวันจันทร์ถึงอาทิตย์

วันจันทร์ พนักงาน ที่ไร่สกุลเจียงไปขายที่ตลาดหน้าอำเภอกุมภวาปี (ขายปลีก) วันอังคารไปขายที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี วันพุธไปขายที่โรงพยาบาลศูนย์กุมภวาปี และส่งที่อุดรฟาร์มเสตย์ชั่นใกล้ๆกับสนามกีฬาเทศบาล วันพฤหัสบดี ดูแลฟาร์ม วันศุกร์ วันเสาร์ ขายที่ตลาดร่มเขียว ข้างหนองประจักษ์ วันอาทิตย์ ขายที่ฟาร์มสเตย์ชั่น การขายหน้าฟาร์ม ขายคะน้าปลีก 60 บาท ผักสลัด 90 บาท มีการติดสติ๊กเกอร์ถ้าขายปลีก ส่วนขายส่งไม่ติดสติ๊กเกอร์ นอกจากนี้ยัง มีรายได้เสริมจากการทำสลัดโรลขาย โดยไปวางขายจำหน่ายที่โรงพยาบาลกุมภวาปี และฝากขายตามร้านค้าทั่วไป

ผักปลอดสารพิษ

ความคาดหวังและสิ่งที่ต้องการในอนาคตข้างหน้า ต้องการทำการเกษตรแบบยั่งยืน เปลี่ยนเป็นพืชอาหาร เช่น ผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษ เช่น ผักคะน้า สลัด พืชสมุนไพร กล้วย ปลูกทดแทนพืชพลังงาน มีตลาดมารองรับ ให้คนได้ศึกษาและเรียนรู้ ยังขาดแหล่งความรู้ เรื่องการตลาด ต้องการให้หน่วยงานเข้ามาช่วยในด้านการผลิตและมีตลาดมารองรับในการปลูกพืช เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพปลอดภัย ส่งเสริมเรื่องการแปรรูป เทคโนโลยีสมัยเข้ามาช่วยในการผลิตพืชผลเกษตรกร

ผักปลอดสารพิษ

ต้องการจะบอกให้กับคนรุ่นลูก รุ่น หลานและคาดหวังว่า จะเห็นลูกหลานได้กินของที่ดี คนเกิดอาชีพ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ได้ทำการเกษตรแบบที่คนไทยชอบ ต้องการให้การเกษตรยั่งยืนตกถึงลูกหลานเพื่อให้ลูกหลานได้เห็นและมีอาชีพ อย่างยั่งยืนในอนาคต

ติดต่อไร่สกุลเจียง

333 หมู่ 3 บ้านท่าม่วง ต.เวียงคำ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี
โทร. 087 775 5667